มิติเศรษฐกิจ และ มิติธรรมาภิบาล

ผลการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจ

        BAM ได้ดำเนินงานตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยตระหนักถึงแนวคิด “ESG in Process” มาบูรณาการ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม และยังคงยึดมั่นในบทบาทการเป็นแก้มลิงแห่งชาติที่เป็นมากกว่า AMC โดยเป็น “Business Recycling Machine” ซึ่งไม่เพียงแต่บริหารจัดการหนี้เสีย แต่ยังทำหน้าที่เป็น “หมอหนี้” (FA Center) ที่ช่วยเหลือและพลิกฟื้นลูกหนี้ให้กลับมามีสภาพทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “3P” : People Partnerships และ Platforms/Process เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นกลยุทธ์เชิงรุกทั้ง NPL และ NPA ด้วยกลยุทธ์การสร้างโรงงานแก้หนี้ (TDR Factory) โดยใช้ AI และระบบอัตโนมัติในการปรับโครงสร้างหนี้รายย่อยให้รวดเร็วและแม่นยำ และยกระดับ NPA เป็น “Investment of Choice” โดยการเพิ่มมูลค่าและนำเสนอทรัพย์สินที่หลากหลายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล BAM Select เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา BAM ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สำเร็จแล้ว จำนวน 166,283 ราย คิดเป็นยอดเงินต้นรวม 526,524 ล้านบาท และจำหน่ายทรัพย์สินไปจำนวน 58,176 รายการ คิดเป็นราคาประเมินรวม 137,388 ล้านบาท

        ขณะเดียวกัน BAM ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กร เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการบริหารจัดการ ทั้งการบริหารสินทรัพย์ การให้บริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Data Analytics) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
 

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายผลเรียกเก็บรวมทั้งปี 
17,900 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานปี

ผลเรียกเก็บรวมที่เกิดขึ้นจริงเท่ากับ 
17,857 ล้านบาท (คิดเป็น 99.76 % ของเป้าหมายที่ตั้งไว้)

ตารางมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างและกระจาย

แนวทางการดำเนินงานและบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นการบริหารงานที่เป็นเลิศ สร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการดำเนินการทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การขยายฐานทรัพย์สิน และการเร่งสร้างรายได้ของบริษัทฯ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

        บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างสายธุรกิจ (Front Office) เต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้ฝ่ายงานในสังกัดสายพัฒนาสินทรัพย์ และสายจำหน่ายทรัพย์ 1 และ 2 ดำเนินการทั้งงาน NPL NPA และงานคดี เพื่อลดปัญหาคอขวด ในการปฏิบัติงาน และจะทำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีสายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจเพื่อพัฒนาธุรกิจในปัจจุบันและ ในอนาคต รวมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้มีความรู้ความชำนาญในลักษณะ Multi Skills รวมถึงเพิ่มเส้นทาง ความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้บริหารแต่ละระดับสามารถเพิ่มช่องทางการ เติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งงานได้มากยิ่งขึ้น
        นอกจากนี้ การออกแบบโครงสร้างองค์กรของบริษัทฯ ที่มีลักษณะเป็น Flat Organization โดยการลดสายการบังคับ บัญชาให้สั้นลง และกระจายอำนาจ ตามขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละสายงานไปที่ผู้บริหารระดับสูง ในรูปแบบ C- Level Management มีการกำหนดเป้าหมายผลการดำเนินงาน ภายในสายงานและการทำงานร่วมกันส่งเสริม ให้ผู้บริหารได้ใช้บทบาท เชิงกลยุทธ์และบูรณาการในการบริหารจัดการทั้งหน่วยงาน/ หน่วยธุรกิจ ตลอดจนมีส่วนใน การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ เพื่อรองรับ การขยายตัวของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของบริษัทฯ (New Business) รวมถึงเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจที่สำคัญในอนาคต ภายใต้กรอบแนวคิด การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน หรือ ESG

        บริษัทฯ มุ่งเน้นในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะความสามารถ ในการปรับตัวให้สอดรับกับทิศทางและเป้าหมาย ทางธุรกิจภายใต้ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง เพื่อทำให้พนักงาน มีความรู้และเพิ่มพูนทักษะที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ได้อย่าง ทันท่วงทีในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

  • ด้านการศึกษา
            เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ โดยบริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริม ให้พนักงานได้มีโอกาสทางการศึกษาเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นในสาขา วิชาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้วยการมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญา โทในประเทศปีละ 20 ทุน และต่างประเทศปีละ 2 ทุน รวมถึงมอบทุนการ ศึกษาสำหรับบุคคลภายนอกในระดับปริญญาโทในประเทศจำนวน 20 ทุน และต่างประเทศจำนวน 2 ทุน เพื่อสรรหาบุคลากรที่มีขีดความสามารถ และศักยภาพสูง และเป็นการสร้างบุคลากรให้มีความสามารถเข้าร่วมงาน กับบริษัทฯ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาองค์กรในอนาคต
     

  • ด้านการพัฒนาทักษะความรู้
            กำหนดแผนงานการสัมมนาและการอบรมให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้รับการพัฒนา ตนเองอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง เพื่อสามารถก้าวสู่โลก ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาพนักงานกลุ่มต่าง ๆ ทุกระดับ เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาด เสริมสร้างให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านสมรรถนะ องค์ความรู้เพิ่มขีดความสามารถทั้ง พนักงาน สายธุรกิจ พนักงานสายสนับสนุน ในระดับพนักงาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร รวมถึงพนักงานที่เป็น Successors เพื่อส่งเสริม ให้มีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในบทบาทและหน้าที่การงานได้อย่าง มืออาชีพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นำพาองค์กรไปสู่ เป้าหมาย ที่กำหนด รวมถึงหลักสูตรต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดผ่านการอบรมทั้งภายใน และภายนอก การจัดฝึกอบรมพนักงาน (Corporate Training) ซึ่งจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ การอบรมเป็นแบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความพร้อมในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลา

        บริษัทฯ สร้างเครือข่ายพันธมิตรในการติดตามการเสนอขายทรัพย์ ของสถาบันการเงินในประเทศที่มีสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพและทรัพย์สิน รอการขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขยายฐานทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยใน ระยะยาว บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายให้ฐานทรัพย์สินของบริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ปริมาณ และความเหมาะสม ของราคาทรัพย์สิน โดยในสภาวะปกติ บริษัทฯ เชื่อว่าสถาบันการเงิน จะยังคงนำสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายออกจำหน่าย ในตลาดอย่างต่อเนื่องในอนาคต อันเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการถือครอง ทรัพย์สินรอการขายของสถาบันการเงิน

        บริษัทฯ มุ่งเน้นสร้างผลเรียกเก็บด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภา หรือ NPL ด้วยกลยุทธ์การสร้างโอกาส และเร่งการประนอมหนี้ ด้วยการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อหาข้อตกลงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกฝ่ายเท่าที่เป็น ไปได้ผ่านโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ต่าง ๆ รวมทั้งการเร่งการติดต่อลูกหนี้ และเร่งกระบวนการขายทอดตลาด เช่น แถลงเร่งประกาศขายทอดตลาด ทรัพย์หลักประกัน แถลงเร่งจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงิน และร่วมมือกับ กรมบังคับคดีจัดมหกรรมขายทอดตลาด เป็นต้น
        การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการ ขายอย่างต่อเนื่อง โดยการออกบูธและ จัดแคมเปญต่าง ๆ เพื่อสร้างยอดเสนอ ซื้อและกระตุ้นยอดจำหน่ายทรัพย์ การจัดการทรัพย์ให้พร้อมขาย (Renovate) การจำหน่ายทรัพย์ให้นักลงทุนรายย่อย ตลอดจนการกำหนด ทรัพย์ราคาพิเศษ และการเพิ่มฐานลูกค้าผ่อนชำระอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ยังแสวงหาโอกาสในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่า ทรัพย์สินรอการขาย และการปรับรูปแบบ ธุรกิจ เป็นต้น

กลไกการประเมินประสิทธิผลเปรียบเทียบระหว่างผลการดำเนินงานและเป้าหมายการดำเนินงาน
        บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับและติดตามผลการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยได้มีการรายงาน ผลการดำเนินงานต่อ คณะกรรมการจัดการ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริษัท เป็นรายไตรมาสตามลำดับ มีการรายงานผลการดำเนินงานด้านการเงิน ต่อคณะทำงานเพื่อการบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน (ALCO) เป็นประจำ รวมทั้งการรายงานสถานะความเสี่ยงองค์กรต่อ คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการ ให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

บทเรียนที่ได้เรียนรู้ในการยกระดับการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจ
        สังคมที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปเป็นการใช้บริการต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่างต่อเนื่องเพราะมีความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา จึงได้เตรียมพร้อมในการให้บริการลูกค้าหลาย ๆ ช่องทาง ทั้งการจองซื้อออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ของ BAM การชำระหนี้ด้วยการสแกน QR Code รวมถึงการเลือกชมทรัพย์ แบบเสมือนจริงผ่านช่องทางออนไลน์ BAM Virtual Store ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงความต้องการของ ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

ธนาคารกสิกรไทยผนึกกำลังบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ธนาคารกสิกรไทยผนึกกำลังบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ร่วมลงทุน 1,000 ล้านบาท จัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด (ARUN AMC) เพื่อช่วยพลิกฟื้นสถานะลูกหนี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งการดำรงชีพและการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของธนาคาร ซึ่งสอดรับกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมการจัดตั้งกิจการร่วมทุนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศการจัดการด้านสินเชื่อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ARUN AMC จะดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นแสงสว่างให้ลูกหนี้พ้นจากวิกฤตทางการเงิน” โดยช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเต็มที่ ด้วยการผสานจุดแข็งของธนาคารกสิกรไทยและ BAM เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสม และสร้างรายได้และกำไรที่ตอบโจทย์ผู้ถือหุ้น โดยปัจจุบันได้มีการช่วยเหลือลูกหนี้แล้วกว่า 85 บัญชี (เงินต้นกว่า 236 ล้านบาท)

Arun AMC.jpg

ออมสิน ผนึก BAM ร่วมทุน 1,000 ล้านบาท ตั้ง บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด

บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท มีสัดส่วนการร่วมทุนเท่ากัน ที่ร้อยละ 50 และมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกินกว่า 15 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มดำเนินการ โดยดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ในระยะแรกจะรับซื้อและรับโอนหนี้จากธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียวก่อน เป็นการรับซื้อหนี้สินเชื่อทั่วไปทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน เป็นกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อรายย่อย SMEs รวมถึงหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ที่มีสถานะ NPLs หนี้สูญ รวมถึง NPA ที่มียอดหนี้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ที่ยังไม่ดำเนินคดี และดำเนินคดีแล้ว ที่ยังมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะมีการรับซื้อหนี้ในราคายุติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับสอดคล้องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นและหลากหลาย อาทิ การปรับลดเงินต้น ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือการตัดหนี้บางส่วนให้กับลูกหนี้ เป็นต้น โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2567 จะสามารถเริ่มรับซื้อและรับโอนหนี้จากธนาคารออมสิน และจะมีลูกหนี้ได้รับความช่วยเหลือจำนวนกว่า 500,000 บัญชี หรือคิดเป็นมูลหนี้เงินต้นกว่า 45,000 ล้านบาท และในอนาคตจะขยายการดำเนินการให้ครอบคลุมการรับซื้อหนี้ประเภทอื่น รวมถึงหนี้ของ SFIs อื่น ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยปัจจุบันได้มีการช่วยเหลือลูกหนี้แล้วกว่า 13,000 บัญชี (เงินต้นกว่า 880 ล้านบาท)

ARI AMC.jpg

บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ VBeyond เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ NPA ด้วยโมเดลธุรกิจ “หมุนเร็ว แบ่งกำไร” ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดในธุรกิจร่วมกัน โดยพันธมิตรจะนำทรัพย์ไปปรับปรุงและรีโนเวทด้วยแนวทาง FIX & FLIP หรือกลยุทธ์ซื้อ-ซ่อม-ขาย เพื่อเพิ่มมูลค่าและความพร้อมในการจำหน่ายสู่ตลาด และผลักดันตลาดทรัพย์มือสองให้เติบโตอย่างมั่นคง ถือเป็นการสนับสนุนการใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จับต้องได้ อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ อย่างยั่งยืน โดยใช้ชื่อโครงการนี้ว่า “บ้านสร้างตัว”

BAM จับมือ วี บียอนด์.jpg

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไซมิส แอนด์ เวลธ์ จำกัด

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) (SA) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไซมิส แอนด์ เวลธ์ จำกัด (SWAM) เพื่อร่วมมือทางธุรกิจในด้านบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) เป็นการสร้างโอกาสในการตอบโจทย์ Real Demand ในตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึง โดยเฉพาะทรัพย์สิน NPA และ NPL ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มหลังการรีโนเวท ด้วยองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง และประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สามารถแปลงทรัพย์สินที่ด้อยมูลค่าให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดจริง เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ผ่านการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยการนำทรัพย์สินที่ถูกทิ้งร้างกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และการลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส ทั้งยังมีส่วนช่วยลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็นและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

BAM จับมือ SA.png

บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

BAM พลิกทรัพย์ร้างเป็นทรัพย์สร้างกำไร พร้อมช่วยกลั่นกรองและปรับสภาพหนี้ (Buffer) เพื่อลดภาระหนี้สถาบันการเงิน ร่วมจับมือ “BKA” ผู้นำธุรกิจบ้านมือสองตกแต่งใหม่ เป็นการร่วมมือในการสร้างโมเดลใหม่ที่ครบวงจร โดยร่วมกันพัฒนาทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าไม่มีศักยภาพ หรือขายยากได้อย่างถูกวิธี ทำให้ทรัพย์สินรอการขาย สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ทำให้บ้านมือสองไม่ใช่แค่ทางเลือกสำรอง แต่คือโอกาสใหม่ของตลาด และด้วยจุดแข็งของ BKA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการปรับปรุงให้บริการบ้านมือสองแบบครบวงจรมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ทำให้เข้าใจตลาดและสามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ พร้อมรับประกันผลงานหลังโอน ทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการทำงาน และด้วยสถานะในการเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้ความมั่นใจได้ว่า BKA เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

BAM ผนึก BKA UOB.jpg

แนวทางสำหรับการดำเนินงานในอนาคต

01

เร่งเพิ่มจำนวนลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้และลูกค้าซื้อทรัพย์ NPA แบบขายผ่อนชำระเพื่อ เพิ่มผลเรียกเก็บที่ต่อเนื่องและยั่งยืนมั่นคง การร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจ ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาธุรกิจให้หลากหลายขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างกันของคู่ค้าทางธุรกิจ

02

นำเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางดิจิทัลเข้ามาใช้ในการวางรากฐานการดำเนินธุรกิจตลอด จนขั้นตอนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวให้มากขึ้น ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว