มิติด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน

การดำเนินงานมิติสังคม

  • พนักงานคือทุนมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจขององค์กรและสังคมอีกทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรมุ่งสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจ ดังนั้น บริษัทฯ จึงตระหนักและให้ความสำคัญในการปรับปรุง และพัฒนากระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยพนักงานทุกคนทั่วประเทศจะได้รับการปฏิบัติบนพื้นฐานของความเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติภายใต้มาตรฐานเดียวกันครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา การจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร การธำรงรักษาบุคลากร กระทั่งพ้นสภาพการเป็นพนักงาน อาทิ การบริหารจัดการผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด การวางแนวทางในการเติบโตและก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเท่าเทียม การวางแผนการอบรมเสริมสร้างทักษะความรู้ พัฒนาความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังส่งเสริมให้พนักงานร่วมมือร่วมใจสร้างพฤติกรรมการเป็นผู้ให้ จัดทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม (3-3)

  • บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถให้แก่บุคลากรทุกคน เพราะบุคลากรที่มีความสามารถมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กรในระยะยาวในด้านต่าง ๆ อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การสร้างความผูกพันต่อองค์กร และการรักษาอัตรากำลังคนอย่างสมดุล ลดอัตราการลาออกของพนักงาน ลดต้นทุนขององค์กรที่เกิดจากข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังมีการบริหารจัดการชั่วโมงการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และมีการวางแผนกำลังคนอย่างเป็นระบบ โดยทบทวนทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีพนักงานเพียงพอต่อการดำเนินงาน ลดภาระงานที่มากเกินไป และป้องกันปัญหาชั่วโมงการทำงานที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อสร้างบุคลากรที่มีภาวะผู้นำ และมีความยืดหยุ่นในการทำงานพร้อมรับต่อการเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม โอกาสทางธุรกิจ และความได้เปรียบทางการแข่งขันนำพาองค์กรไปสู่ทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

  • การเปลี่ยนแปลงและความต้องการทักษะใหม่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาบุคลากรไม่เพียงแต่เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในงานของพนักงานเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันได้ด้วย การพัฒนาบุคลากรจึงถือเป็นหนึ่งภารกิจของ HR ที่ไม่เพียงแต่ต้องจัดหาและเลือกบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาในองค์กรเท่านั้น แต่ยังต้องรักษาและพัฒนาพนักงานทุกคนให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรด้วย

การดำเนินงานมิติสิทธิมนุษยชน

  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเปิดกว้างต่อความแตกต่างในทุกรูปแบบ โดยบริษัทฯ ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือจำกัดโอกาสในการจ้างงานตามเพศวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศ พร้อมส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ครอบคลุมและปลอดภัยสำหรับทุกคน การกลั่นแกล้งหรือคุกคามในทุกรูปแบบ เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและได้รับการยอมรับในความแตกต่างของตน รวมทั้งสนับสนุนการจ้างงานที่หลากหลายด้านเชื้อชาติและสัญชาติ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานต่างวัฒนธรรมได้ทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม พร้อมจัดอบรมสร้างความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

  • นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเคารพสิทธิเสรีภาพของพนักงานในการนับถือและปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในความแตกต่างทางศาสนา รวมทั้งอนุญาตให้พนักงานใช้สิทธิวันหยุดทางศาสนาได้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ เปิดโอกาสให้พนักงานทุกช่วงวัยได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ทั้งในการจ้างงาน การพัฒนา และการเลื่อนตำแหน่ง โดยไม่จำกัดอายุเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ

  • ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรได้รับโอกาสที่เท่าเทียม ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างเท่าเทียมกัน โดยในปีที่ผ่านมาไม่พบกรณีการเลือกปฏิบัติหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบหลักการและแนวทางดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่บุคคลต่างมีมาแต่เกิด โดยเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะมีถิ่นกำเนิด สัญชาติ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ เพศ สีผิว ศาสนา ภาษา หรือสถานะทางสังคมเช่นใด เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทไปสู่การปฏิบัติด้านทรัพยากรบุคคล จึงจัดทำแนวปฏิบัติการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคลด้านทรัพยากรบุคคล

ความหลากหลายและโอกาสแห่งความเท่าเทียม

BAM เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนต่อความยั่งยืนขององค์กร จึงได้วางรากฐานให้การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นแนวปฏิบัติขั้นพื้นฐานของ BAM โดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ตามกฎหมายและเป็นมาตรฐานในระดับสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) และปฏิญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศเรื่องหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เป็นต้น BAM แสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยเคารพซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจนใน นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งลงนามโดยประธานกรรมการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการป้องกัน ควบคุมและลดความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในทุกรูปแบบ รวมถึงสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน สิทธิความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน (Equal pay for equal work) โดยบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของประเทศอย่างเคร่งครัด จ่ายค่าจ้างและมีผลตอบแทนที่เหมาะสม เป็นธรรม ในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด และเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างหมาะสม (Living Wage) พร้อมส่งเสริม การจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่เท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเพศ อายุ เชื้อชาติ หรือปัจจัยอื่นใด เพื่อสะท้อนถึงความรับผิดชอบและความเป็นธรรมในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน 

สิทธิที่เท่าเทียม.png
BAM เคารพสิทธิมนุษยชน.png

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน

 ร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลัก (Critical Tier 1) ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีข้อร้องเรียน ด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

ผลการดำเนินงาน

 ร้อยละ 100 ของคู่ค้าหลัก (Critical Tier 1) ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

จากการดำเนินงานของบริษัทตามกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ทั้ง 6 ด้าน พบว่า ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำทั้งหมด

ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีกรณีหรือคดีละเมิดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงการต่อต้านการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ สิทธิเด็ก แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติและการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการรวมกลุ่ม สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน ความเท่าเทียมด้านค่าตอบแทน และด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เกิดขึ้น
 

โครงสร้างกำกับดูแล บทบาท และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

  • บริษัทฯ มีการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีหน้าที่กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนพร้อมทั้งส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมกำกับดูแล ทบทวน ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีที่คำนึงถึงความเท่าเทียมและเสมอภาค

  • ซึ่งมีคณะกรรมการกำกับกิจการเพื่อความยั่งยืนได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบาย และการบริหารจัดการความยั่งยืนของบริษัท  ครอบคลุมการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึง คณะกรรมการบริษัทได้ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ติดตามการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน โดยมีการวัดผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลอย่างครบถ้วนรวมถึงด้านสิทธิมนุษยชน

  • บริษัทฯ มีคณะทำงานด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (ESG) โดยมีฝ่ายส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ทำหน้าที่พัฒนากระบวนการและบริหารจัดการด้านความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชนของ BAM ในภาพรวม ซึ่งมีการส่งเสริมการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละ Function ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น หน่วยงานทรัพยากรบุคคล หน่วยงานบริหารความเสี่ยง หน่วยงานกิจกรรมเพื่อสังคม หน่วยงานจัดซื้อ เป็นต้น

  • คณะกรรมการกำกับกิจการเพื่อความยั่งยืนมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน การให้ความเห็นต่อนโยบาย เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน การวิเคราะห์ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Topics) และความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการเพื่อความยั่งยืนได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบ/กระบวนการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD)

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน ซึ่งบริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านการรับฟังเสียงจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนและนำมาซึ่งกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) โดยมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติรวมถึงเพื่อแสดงเจตจำนงในการเคารพและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน มีการดำเนินโครงการและกิจกรรมสนับสนุนตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงติดตามและตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนตามหลักการชี้แนะของ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ มีการคำนึงต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

1

ขั้นตอนที่ 1

จัดทำและประกาศนโยบายเป็นข้อผูกพันเชิงนโยบาย (Policy Commitment)

        บริษัทฯ ตระหนักและมุ่งมั่นที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จึงได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น โดยขอบเขตของนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมถึงความคาดหวังของบริษัทฯ ต่อการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน ไม่เพียงแค่ในการดำเนินงานของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ด้วย  

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน →

แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน →

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของบริษัท ฯ
 

        เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการให้คู่ค้าทางธุรกิจรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท ฯ ผ่านช่องทางจดหมาย  Email และเอกสารแนบคู่สัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้คู่ค้าทางธุรกิจเกิดความตระหนักถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ
        บริษัทฯได้กำหนดให้คู่ค้าจัดทำแบบฟอร์มการตรวจประเมินตนเอง (Self-Assessment) และลงนามรับทราบการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อเป็นการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ส่วนสำคัญของการเฝ้าระวังของบริษัทฯ คือการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ให้เกิดข้อร้องเรียน หรือการฟ้องร้อง หลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์และการล่วงละเมิดในที่ทำงาน การดูแลสุขภาวะอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ได้มาตรฐาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคู่ค้าของบริษัทฯ จำนวน 571 ราย รับทราบจรรยาบรรณคู่ค้ารวมทั้งนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนและประเมินตนเองตามจรรยาบรรณ์ คิดเป็นร้อยละ 94 ของคู่ค้าบริษัท

2

ขั้นตอนที่ 2

การเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบค้าน (Human Rights Due Diligence)

        บริษัทฯ ได้มีการติดตามและเฝ้าระวังการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยให้พนักงานประเมินตนเองแบบร้อยละ 100 ผ่านแบบฟอร์มการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ (Anti-Corruption) และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้คู่ค้าจัดทำแบบฟอร์มการตรวจประเมินตนเอง (Self-Assessment) ด้านการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อเป็นการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ส่วนสำคัญของการเฝ้าระวังของบริษัทฯ คือการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ให้เกิดข้อร้องเรียนหรือการฟ้องร้อง หลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิ์และการล่วงละเมิดในที่ทำงาน การดูแลสุขภาวะอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ได้มาตรฐาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทฯ มีการติดตามเฝ้าระวังการดำเนินงานในและภายนอกเป็นประจำทุกปี

3

ขั้นตอนที่ 3

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Impact Assessment)

        บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) เพื่อระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงและอาจเกิดขึ้น จากการมีส่วนร่วมหรือมีความเชื่อมโยงผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยพิจารณากลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องตามหลักการชี้แนะว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs)
        นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคำนึงถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานข้ามชาติ ความพิการ แรงงานตามสัญญาของบุคคลที่สาม และชุมชนท้องถิ่นที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจในกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมถึงประเด็นความเสี่ยงด้านความเท่าเทียมของค่าตอบแทนและการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานและสิทธิมนุษยชน
        การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตามกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) ครอบคลุมทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อม รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน โดยอ้างอิงหลักการสากลและเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หลักการชี้แนะว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) เกณฑ์และคู่มือการเข้าร่วมประเมินความยั่งยืนของบริษัทจัดทะเบียน (Thailand Sustainability Investment : THSI) ตลอดจนกรอบการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดย FTSE Russell (FTSE Russell ESG Scores)  เพื่อระบุความเสี่ยงในประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเป็นความเสี่ยงสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ โดยประเมินร่วมกับฝ่ายส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารทั่วไป ฝ่ายพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์ ฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายพัฒนาระบบสารสนเทศ ฝ่ายประเมินราคา ฝ่ายคดี ฝ่ายบริหารการลงทุน ฝ่ายปฏิบัติการสินทรัพย์และหลักประกัน ฝ่ายบัญชี และฝ่ายบริหารความเสี่ยง ซึ่งการประเมินได้ครอบคลุม 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิมนุษยชน ห่วงโซ่อุปทาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิลูกค้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Human Rights Impact Assessment TH.png

        การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ถูกพัฒนาขึ้นตามหลักการชี้แนะว่าด้วยการดำเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) โดยกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุก 3 ปี เพื่อให้สามารถตรวจสอบ ระบุ และประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในกิจกรรมของบริษัทฯ และห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียตามแนวทางปฏิบัติสากล เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าว โดยมีกระบวนการ ดังนี้
          1. กำหนดขอบเขตและการระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Define Scope and Identify Human Rights Risks)
        บริษัทได้ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นจากทุกการดำเนินงานและกิจกรรมของบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ (Value Chain) ซึ่งรวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable groups) จากกระบวนการดังกล่าว และพิจารณาประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น 

          2. การประเมินผลกระทบ (Assessing Impact)
        บริษัทได้ประเมินผลกระทบของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรง (Severity) และโอกาสในการเกิด (Likelihood) ของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้

หลักเกณฑ์การวัดระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน.png
หลักเกณฑ์การวัดระดับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน2.png

          3. การบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบ (Mitigation and Remediation of Impacts) 
        บริษัทฯ ได้ประเมินรายละเอียดของความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งระบุกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถพิจารณาและระบุแนวทางการบรรเทาและเยียวยาผลกระทบในแต่ละประเด็นได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพ 

          4. การประเมิน ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงาน (Monitoring, Evaluation, and Reporting on Performance)
        บริษัทได้ติดตาม รายงานผลการประเมินความเสี่ยง และผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

แผนผังประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน.png
ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน.png

        สรุปผลการประเมิน HRDD ทั้ง 6 ด้าน รวม 19 ปัจจัยเสี่ยง ภาพรวมผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ  อยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

4

ขั้นตอนที่ 4

กำหนดกลไกเยียวยาเมื่อกระทำหรือมีส่วนร่วมในการกระทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบด้านสิทธิมนุษยชน (Access to Remedies)

        บริษัท ฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับกระบวนการในการปกป้องและเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและภาวะวิกฤติในแต่ละพื้นที่ และกำหนดรูปแบบให้มีการเยียวยาอย่างทันที (Access to Remedy) ทั้งทางรูปแบบตัวเงิน อาทิ การจ่ายเงินชดเชย การสนับสนุนเงินช่วยเหลือ การเข้าไปแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การจัดตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนและให้การเยียวยาในเบื้องต้น การให้คำแนะนำ หรือสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำ โดยจัดเตรียมช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ 
        ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อร้องเรียนไปยังช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของบริษัท หรือสาขา/ สำนักงานภูมิภาค เพื่อดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุ ดำเนินการแก้ไขและป้องกันตามขั้นตอนต่อไป ในกรณีที่กระบวนการปกป้องและเยียวยาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในเบื้องต้น บริษัทจะรับเรื่องร้องเรียนเข้าหารือกับคณะกรรมการบริษัท เมื่อได้ข้อสรุปเบื้องต้นจะร่วม ผู้แทนจากบริษัทจะนำเสนอต่อ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เพื่อความพึงพอใจของทุกฝ่ายต่อไป

5

ขั้นตอนที่ 5

ติดตามและการรายงานผลการดำเนินการ

        บริษัท ฯ ดำเนินการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และมีการสื่อสารให้ความรู้และอบรมพนักงานครอบคลุมในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบเชิงลบในการดำเนินงาน และความสัมพันธ์ทางธุรกิจของบริษัท ฯ อย่างสม่ำเสมอ

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส

        บริษัท ฯ จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นความลับ (Confidential Reporting Channel) เพื่อให้พนักงานสามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างปลอดภัยและไม่ต้องกังวลต่อการถูกกลั่นแกล้งหรือการตอบโต้ และมีระบบแจ้งเบาะแส (Whistleblowing System) และมีการคุ้มครองผู้ร้องเรียน (Whistleblower Protection Policy) เพื่อคุ้มครองข้อมูลของผู้ร้องเรียนและพยาน โดยรับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ และมีคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
        นอกจากนี้บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปีหรือเว็บไซต์ของบริษัท ฯ และเปิดช่องทางรับฟังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถรายงานการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนเข้ามาที่บริษัท ฯ ได้ ตามช่องทางที่ระบุด้านล่างนี้

  dimentionHumanChannel.png       dimentionHumanChannel2.png

ศูนย์เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน 

        บริษัท ฯ จัดตั้ง ศูนย์เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” ในการช่วยเหลือ เยียวยา และยุติข้อพิพาทระหว่างคู่กรณี ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคู่กรณี
        นอกจากนั้น BAM ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนลูกหนี้ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ผ่านการเจรจาเพื่อกำหนดแนวทางการผ่อนชำระในวงเงินที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วยลดภาระ ของลูกหนี้ พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมโดยรวม
        การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม บนพื้นฐานของความเป็นธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ศูนย์เจรจาไกล่เกลี่ย.png

ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center : BRC

        บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านการบริหารสินทรัพย์ของประเทศ ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม BAM ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน ในทุกกระบวนการดำเนินงาน โดยยึดตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่

  1. Protect – การคุ้มครอง : เป็นหน้าที่ของรัฐ
  2. Respect – การเคารพสิทธิมนุษยชน : ซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจ
  3. Remedy – การเยียวยา : กำหนดให้เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจให้มี หรือแนวทางร่วมในกลไก การเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ

        จากการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) นั้น บริษัท ฯ ได้ดำเนินการภายใต้ 3 เสาหลักที่สำคัญอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ 

  • เสาหลักที่ 1: Protect – รัฐต้องคุ้มครอง
            รัฐมีหน้าที่ป้องกันและจัดการปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งโดยการออกกฎหมาย นโยบาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง โดยบริษัท ฯ ได้ขานรับการดำเนินงานตามด้านสิทธิมนุษยชนตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) เพื่อยืนยันการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม
  • เสาหลักที่ 2: Respect – ธุรกิจต้องเคารพสิทธิ
            เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจที่ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน บริษัท ฯ ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ในกระบวนการธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และนำเปิดเผยในรายงานประจำปี 56-1 ของตลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้วน
  • เสาหลักที่ 3: Remedy – ทุกฝ่ายต้องเข้าถึงการเยียวยา 
            กำหนดให้เป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจในการจัดให้มี หรือเข้าร่วมในกลไกเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจให้สามารถเข้าถึงการแก้ไข เยียวยา ฟื้นฟู ที่มีประสิทธิผล ทั้งการใช้กลไกตามกระบวนการยุติธรรมหรือนอกกระบวนการยุติธรรม อาทิ เจรจาแบบมีส่วนร่วม (Negotiation) การไกล่เกลี่ย (Mediation) เท่าที่ปรากฏในประเทศไทยยังไม่มีภาคธุรกิจใดดำเนินการเปิดเป็นศูนย์เยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM 
    จึงเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย ที่จะนำหลักการชี้แนะเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ

        ในกรอบงานที่ 3 หรือ จะนำเสาที่ 3 มาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดเป็น “ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center: BRC” ขึ้นที่บริษัท เพื่อให้ ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหน้าที่ของบริษัท และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจสามารถเข้าถึงการเยียวยา ตามกลไกการร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องประสิทธิผลสำหรับกลไกร้องทุกข์นอกกระบวนการยุติธรรม (Effectiveness criteria for non-judicial grievance mechanisms) ของหลักการชี้แนะเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงได้  เป็นธรรม โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย 
        ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center (BRC) ขึ้นอย่างเป็นทางการ และ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยในลำดับต่อไป บริษัท ฯ จะดำเนินการกำหนดกระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม และจัดอบรมกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิผล และวิธีการเยียวยาแบบสมานฉันท์ให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการขับเคลื่อนศูนย์เยี่ยวยาสมานฉันท์ในลำดับต่อไป

ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์.jpg
มิติด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน