
ในสภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน จนค่าครองชีพได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของใครหลายคน บางท่านอาจจะเริ่มต้นจากการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอด แต่พอเมื่อเวลาผ่านไป ภาระหนี้สินเหล่านั้นอาจพอกพูนขึ้นจนกลายเป็นภาวะ "หนี้สินล้นพ้นตัว" ที่ชำระคืนไม่ไหว สร้างความเครียดและความกังวลใจอย่างมหาศาล หากคุณเริ่มที่จะมองหนทางไม่ออก นี้คือทริคและเคล็ดลับที่เราจะมานำ เสนอให้คุณเพื่อที่จะ ได้รับมือและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อกลับไปมี อิสระทางการเงินมากขึ้น

ก่อนที่จะไปถึงวิธีการแก้ไข เราต้องยอมรับและประเมินสถานการณ์ของตนเองอย่างตรงไปตรงมาเสียก่อน ลองสำรวจพฤติกรรมทางการเงินของคุณดูว่ามีสัญญาณเตือนเหล่านี้หรือไม่:

การหนีปัญหานั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป แต่การเผชิญหน้าและวางแผนจัดการเรื่องการเงินอย่างรอบคอบคือวิถีทางที่ถูกต้องที่สุด ลองเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนนี้
หยิบกระดาษหรือเปิดตารางขึ้นมา แล้วจดรายละเอียดหนี้สินทุกรายการอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ไปจนถึงหนี้นอกระบบ โดยระบุยอดหนี้คงเหลือ อัตราดอกเบี้ย และยอดที่ต้องผ่อนต่อเดือน การเห็นภาพรวมทั้งหมดจะช่วยให้คุณประเมินความหนักหน่วงของปัญหาและหาทางออกได้แม่นยำขึ้น
เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว ให้จัดลำดับการชำระหนี้ โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลักที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินแนะนำ คือ
ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างเคร่งครัด ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทุกชนิด (เช่น ค่ากาแฟแบรนด์เนม สมาชิกแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ใช้งาน การทานอาหารนอกบ้าน) และนำเงินส่วนนี้ไปโปะหนี้ นอกจากนี้ ควรพิจารณาหาช่องทางสร้างรายได้เสริมจากทักษะที่คุณมี นอกเหนือจากงานประจำ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
หากคำนวณดูแล้วว่ารายได้ไม่พอจ่ายหนี้แน่นอน เพราะฉะน้น อย่ารอจนถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์ แต่ให้รีบติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอ "เจรจาประนอมหนี้" หรือ "ปรับโครงสร้างหนี้" เช่น ขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระ ขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือขอพักชำระหนี้ชั่วคราว สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักยินดีที่จะหาทางออกร่วมกับลูกหนี้ที่มีเจตนาดี

ถึงแม้ว่าปัญหาภาระหนี้สินล้นตัวนี้ จะดูมืดมนและหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่ทุกปัญหาก็มีทางออกเสมอ เพียงแค่คุณต้องตั้งสติ และเริ่มยอมรับความจริง แล้ววางแผนการเงินอย่างมีระเบียบวินัย และกล้าที่จะเดินเข้าไปคุยเจรจากับเจ้าหนี้ แล้วถ้าหากตรวจสอบพบว่าหนี้ NPL ได้ถูกโอนมาอยู่ในความดูแลของทาง BAM แล้วก็อย่าได้ลังเลที่จะติดต่อเข้ามาหาเราเพราะ BAM พร้อมที่จะเปิดประตูต้อนรับ รับฟังปัญหา และร่วมหาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมและยั่งยืนที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ
อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องหนี้สินทำลายอนาคตของคุณ ลูกค้า NPL ของ BAM สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ได้แล้ววันนี้ที่:
BAM พร้อมมอบโอกาส...ให้คุณรักษาทรัพย์สินและเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ปัญหาการเงินแก้ได้ หากมีสติ ยอมรับความจริง และเริ่มจัดการมันอย่างเป็นระบบ ดังนั้นบทความนี้พร้อมจะช่วยคุณ


3 Mindsets ที่ทำให้หนี้พอกไม่รู้ตัวเลื่อนจ่าย นำไปสู่ดอกเบี้ยสะสมจนควบคุมยาก