
สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือใครก็ตามที่กำลังจะวางแผนสานฝันของตัวเองที่อยากมี "บ้านหลังแรก" ให้ได้หรือมี "คอนโดใจกลางเมือง" เป็นของตัวเอง ด่านแรกที่สำคัญที่สุดก่อนจะเดินเข้าไปขอสินเชื่อกับธนาคารด้วยซ้ำ นั้นไม่ใช่การเตรียมเงินดาวน์ แต่คือการที่เช็คความพร้อมของ เครดิตบูโร ของตัวคุณเองครับ เพราะหลากหลายคนมักจะจำสับสน งุนงง และกังวลเมื่อได้ยินคำว่า "แบล็คลิส" (Blacklist) จนอาจจะทำให้ไม่กล้ายื่นกู้ เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจกันแบบเจาะลึกว่า เครดิตบูโร คืออะไร? มีวิธีเช็กสถานะอย่างไร? และรหัสแบบไหนที่ธนาคารเห็นแล้วไฟเขียวอนุมัติผ่านฉลุย!

เครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) คือ ศูนย์กลางที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อและบัตรเครดิตของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจากสถาบันการเงินต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน พูดง่ายๆ ก็คือสิ่งนี้ทำหน้าที่เป็น "สมุดพกประจำตัวทางการเงิน" ที่จะบันทึกพฤติกรรมของเราไว้ทั้งหมดว่า เรามีหนี้ก้อนไหนบ้าง จ่ายตรงเวลาไหม หรือมียอดค้างชำระหรือเปล่า โดยมันจะมี ความเชื่อผิดๆ ที่ต้องปลดล็อก ความเข้าใจในระบบของเครดิตบูโรเพราะว่า เครดิตบูโร่นั้น "ไม่มีคำว่าแบล็คลิส (Blacklist)" อยู่จริงแต่ เครดิตบูโรมีหน้าที่แค่ทำการ "เก็บรวบรวมประวัติ" เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจในการขึ้นบัญชีดำ หรือสั่งห้ามไม่ให้ใครกู้เงิน การที่กู้ไม่ผ่าน เป็นเพราะธนาคารพิจารณาจาก "ประวัติการชำระเงินที่ล่าช้า" ที่ปรากฏในรายงานนั่นเอง

การรู้สถานะของตัวเองล่วงหน้าก่อนที่จะไปกู้สินเชื่อนั้น จะช่วยทำให้เราได้เตรียมตัวและอุดรอยรั่วทางการเงินต่าง ๆ ได้ก่อนที่จะไปทำสินเชื่อ และในปัจจุบันนี้เราสามารถขอตรวจเครดิตบูโรได้ง่ายๆ หลากหลายช่องทาง ดังนี้

ปัญหาการเงินแก้ได้ หากมีสติ ยอมรับความจริง และเริ่มจัดการมันอย่างเป็นระบบ ดังนั้นบทความนี้พร้อมจะช่วยคุณ

ค่าครองชีพพุ่งจนการเงินตึงมือ การเงินต่าง ๆ เริ่มที่จะมีปัญหา แต่ไม่ต้องกังวลเพราะ BAM มีคำแนะนำให้คุณ!

3 Mindsets ที่ทำให้หนี้พอกไม่รู้ตัวเลื่อนจ่าย นำไปสู่ดอกเบี้ยสะสมจนควบคุมยาก

เมื่อได้รายงานเครดิตบูโรของตัวคุณเองมาแล้ว จุดที่คุณต้องไปโฟกัสคือ "สถานะบัญชี" (Account Status) ซึ่งจะสถานะจะแสดงเป็นตัวเลข 2 หลัก เพื่อบอกพฤติกรรมการชำระหนี้ของคุณ โดยที่รหัสที่จะพบบ่อยและมีความสำคัญต่อการยื่นกู้ซื้อบ้าน มีดังนี้:

สำหรับใครที่เช็กแล้วและพบว่าตัวเองนั้นเคยมีประวัติที่ค้างชำระอยู่ อย่าเพิ่งหมดหวัง! เพราะคุณยังสามารถมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเองได้ตามความฝัน และสามารถกลับมากู้ขอสินเชื่อได้ แค่เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประวัติทางการเงิน ด้วยการที่รีบเคลียร์หนี้ที่ค้างอยู่ให้จบ แล้วรอเวลาจนกว่าประวัติจะถูกปรับแล้วค่อยสร้างเครดิตใหม่นั้นเองครับ
อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องหนี้สินทำลายอนาคตของคุณ ลูกค้า NPL ของ BAM สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ได้แล้ววันนี้ที่:
BAM พร้อมมอบโอกาส...ให้คุณรักษาทรัพย์สินและเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง