environmental-dimension-overview_hero-banner_2.4-1_desktop.png

มิติสิ่งแวดล้อม

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

        บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการให้สอดรับกับเป้าหมายนโยบายแผนแม่บทของประเทศ และแนวทางของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  (Conference of Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change) หรือ COP ปรับตัวและตอบสนองต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) ที่ครอบคลุมถึงภัยพิบัติและวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของนโยบาย กฎเกณฑ์ ข้อกำหนด ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง
        บริษัทฯ มีการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการลงทุน เพื่อพัฒนาและปรับปรุง รวมทั้งแสวงหาแนวทางการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้บริษัทฯ มีเป้าหมายระยะยาวที่จะเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 เพื่อให้สอดคล้องตามเป้าหมายของประเทศ และความมุ่งหวังในการประชุม COP ต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส
 

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน

ปริมาณก๊าซเรือนกระจกของ ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ลดลง ร้อยละ 1.14 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ปริมาณการใช้ไฟฟ้า (ขอบเขตที่ 2) ลดลง ร้อยละ 1 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ปริมาณการใช้กระดาษ (ขอบเขตที่ 3) ลดลง ร้อยละ 2 

ปริมาณขยะทั่วไป (ขอบเขตที่ 3) ลดลง ร้อยละ 2 

ปริมาณการใช้น้ำประปา (ขอบเขตที่ 3) ลดลง ร้อยละ 1.5 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (ขอบเขตที่ 1) ลดลง ร้อยละ 1

ปริมาณของเสียสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (ขอบเขตที่ 3) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 ของปริมาณของเสียทั้งหมด

ผลการดำเนินงานปี 2567

ผลปริมาณก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.27 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ผลการใช้ไฟฟ้า (ขอบเขตที่ 2) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.93 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ผลการใช้กระดาษ (ขอบเขตที่ 3) ลดลง ร้อยละ 9.89 

ผลปริมาณขยะทั่วไป (ขอบเขตที่ 3) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.93 

ผลการใช้น้ำประปา (ขอบเขตที่ 3) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.08 เฉพาะสำนักงานใหญ่

ผลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (ขอบเขตที่ 1) ลดลง ร้อยละ 3.42

ปริมาณของเสียสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (ขอบเขตที่ 3) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 ของปริมาณของเสียทั้งหมด

แนวทางการดำเนินงานและบริหารจัดการ

future-direction_hero-banner_2.4-1_desktop(10).png

กลยุทธ์ในการลดคาร์บอน
        แผนปฏิบัติการสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Decarbonization Strategy)จากเป้าหมายการดำเนินการข้างต้น BAM ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนในการจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการจัดการแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมการดำเนินงานขององค์กร (Scope 1 และ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่สำคัญ (Scope 3) ดังนี้

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน (Scope 2) แผนปฏิบัติการ
  2. การจัดการสินทรัพย์รอการขาย (NPA) อย่างยั่งยืน (Scope 3) แผนปฏิบัติการ
  3. การเดินทางและการขนส่งคาร์บอนต่ำ (Scope 1 & 3) แผนปฏิบัติการ

โครงสร้างคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม

        บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สุขภาวะที่ดี มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างประหยัด และรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้สำนักงานสีเขียว (Green Office) ไปประยุกต์ใช้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายในสำนักงาน ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของหน่วยงาน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในอาคารเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
        บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ระดับกรรมการ ระดับผู้บริหาร ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ โดยคณะกรรมการบริษัท ได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change  มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการเพื่อความยั่งยืน (CGS) ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ในการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง (ROC committee) ทำหน้าที่กำหนดแนวทางปฏิบัติงานและให้คำปรึกษาในเรื่องการบริหารความเสี่ยง รวมถึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการกระบวนการทำงานและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ GRC (Governance, Risk Management and Compliance) และการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related risk) นอกจากนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน ประกอบไปด้วยระดับผู้บริหารระดับสูงและระดับปฏิบัติการจากฝ่ายงานต่าง ๆ แบ่งเป็นคณะทำงานชุดย่อยเฉพาะด้าน ทำหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม กำหนดนโยบาย แผนงาน ประสานงาน และติดตามให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ  

โครงสร้างคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม.png

กิจกรรม/โครงการสำคัญ

การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนของ BAM

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (Non-Performing Assets - NPA) ซึ่งครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น บ้านเดี่ยว ห้องชุด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า เป็นต้น ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้บางส่วนเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการยึดหรือตีโอนชำระหนี้ ซึ่งสภาพทรัพย์สินบางส่วนยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน และอยู่ในสภาพทรุดโทรม หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจกลายเป็นภาระต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมหากไม่ได้รับการฟื้นฟูและนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการที่ BAM ต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจ BAM มีความเสี่ยงจากทรัพย์ที่ BAM ถือครอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอุบัติภัยที่เกิดขึ้นในแต่ละปีที่เกิดจาก global warming ในมุมนี้ BAM จึงมองเห็นเป็นโอกาสในการหาทางออกคือการใช้ Asset Resigning Machine ก็คือการทำงานร่วมกับพันธมิตร ในการถ่ายโอนความเสี่ยง หรือ Risk Transfer ในมุมของ Circular Demolition & Construction (C&D) Waste โดยในส่วนของการลดคาร์บอน  BAM จะเปลี่ยนหมุดหมายทำในสิ่งที่ BAM ยังไม่เคยทำซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของ BAM ในการบริหาร NPA คือ การจัดการกับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือปล่อยทิ้งร้าง เป็นซากปรักหักพัง ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินในเชิงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน มีโอกาสเป็นแหล่งก่อให้เกิดปัญหาสังคม การเป็นแหล่งมั่วสุม หรือการเป็นจุดเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ
 

แนวคิด BAM Turning Waste to Value “ลด...ขยะ...โลก” การสร้างคุณค่าจากทรัพย์สินร้าง

จากการที่ BAM ยังต้องรับซื้อรับโอนทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีสภาพเสื่อมโทรม รกร้าง จากระบบเศรษฐกิจเข้ามาบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นความท้าทายของ BAM ในการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้ปล่อยของเสียแต่ BAM ต้องนำของเสียซึ่งก็คือทรัพย์ NPA เข้ามาใน Portfolio ของ BAM อย่างต่อเนื่อง ทำให้ BAM ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของการนำทรัพย์ร้างหรือทรัพย์เสื่อมสภาพเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ ผ่านแนวคิด “BAM Turning Waste to Value” หรือ “เปลี่ยนซากร้างให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า” โดยมีแนวทางหลักในการปรับปรุงซ่อมแซมหรือ Renovate ทรัพย์สินที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ให้สามารถใช้งานได้อีกครั้ง พร้อมจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคาที่เหมาะสม เร่งกระบวนการจำหน่ายทรัพย์ NPA เพื่อลดระยะการถือครอง ซึ่งการฟื้นฟูทรัพย์สินรอการขายของ BAM ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ ลดปริมาณขยะจากอาคารร้าง การนำทรัพย์ร้างกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการทิ้งร้างของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นแหล่งก่อขยะและมลภาวะ ลดความจำเป็นในการก่อสร้างใหม่โดยการ Renovate ทั้งนี้ BAM ตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับปรุงทรัพย์เดิมจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบจากกระบวนการก่อสร้างใหม่ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การที่ BAM ได้ดำเนินการตามแนวคิด “Turning Waste to Value” จึงไม่เพียงแต่เป็นในการสร้างรายได้จากทรัพย์สิน NPA แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยมีการขยายผลในหลากหลายมิติ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย 

NPA กิจกรรม ESG.png

จากภาพรวมการจำหน่ายทรัพย์ NPA ที่เป็นบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ และอาคารพาณิชย์ ในปี 2560 – 2567 BAM มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 1 ล้านตันคาร์บอน เฉลี่ยปีละมากกว่า 160,000 ตันคาร์บอน นั่นคือสิ่งที่ BAMจะ “Turning Waste to Value” ที่สามารถแปลงทรัพย์ร้างให้กลับมาใช้งานได้  และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของความสำเร็จ โรงแรมโฆษะ ตึกร้างกลางเมืองขอนแก่น ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ทำให้การสร้างอาคารสูงที่สุดกลางเมืองขอนแก่นของโรงแรมแห่งนี้ต้องหยุดชะงัก เช่นเดียวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมายในช่วงเวลานั้น โครงสร้างอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งสร้างไม่เสร็จจึงถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นอนุสาวรีย์ต้มยำกุ้งอยู่กลางเมืองมาร่วม 20 ปี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 BAM ได้รับโอนหนี้หลักประกันจาก บสท. จากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2560 บริษัท น้ำตาลมิตรผล ได้ไถ่ถอนหลักประกันจาก BAM ด้วยมูลค่ากว่า 970 ล้านบาท 

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2565 บริษัท น้ำตาลมิตรผล ได้ดำเนินการปรับปรุงตึกร้างความสูง 29 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “Ad Lib Khon Kaen” การพัฒนาทรัพย์สินที่ถูกทิ้งร้างให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของพื้นที่เมือง แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

น้ำตาลมืตรผล ESG.png

บริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในสังคม และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้จัดทำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นแนวปฏิบัติให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลและจัดการสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนในการช่วยลดมลพิษและลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน นอกจากนี้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นไปตามข้อกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อม
        ทั้งนี้ การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการให้บริการของบริษัทฯ อีกทั้งให้ถือเป็นหน้าที่และความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่จะต้องถือปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังมุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการดูแลสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำงานครอบคลุม การป้องกันมลภาวะ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การลดและปรับตัวให้เข้ากับภาวะโลกร้อน และการปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนากิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีมาตรการควบคุม บำบัด และตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในองค์กร และพื้นที่ชุมชนเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ 

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม →


        ภายใต้การกำกับดูแลองค์กรตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมข้างต้น ทำให้ในปี 2568 บริษัทไม่มีการละเมิดต่อกฎหมายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
 

การส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ดำเนินการส่งเสริมและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านกิจกรรมที่สำคัญต่าง ๆ ดังนี้  

  • สร้างความตระหนักให้แก่พนักงานในการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงาน ผ่านการอบรมให้ความรู้ และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ เช่น หลักสูตรการอบรมสำนักงานสีเขียว กิจกรรมประกวดลดค่าใช้จ่ายการถ่ายเอกสาร กิจกรรมประกวดพื้นที่ 5 ส. เป็นต้น
  • สื่อสาร และให้ข้อมูลการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจแก่พนักงาน อย่างมีความรับผิดชอบ เช่น การสื่อสารเป้าหมายและแนวทางการอนุรักษ์พลังงานสิ่งแวดล้อม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัทฯ เป็นต้น
  • ส่งเสริมให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการของเสีย ด้วยหลัก 8R ได้แก่ Rethink, Refuse, Reuse, Reduce, Repair, Regift, Recycle and Recover เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถลดปริมาณขยะฝังกลบที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้ เช่น
         -   การติดตั้งจุดคัดแยกขยะในแต่ละขั้น เพื่อสนับสนุนให้พนักงานร่วมกันคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี
         -   การรณรงค์ให้พนักงานรับประทานอาหารให้หมดไม่เหลือทิ้ง และการติดตั้งเครื่องกำจัดขยะ เศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบ การรณรงค์ลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น หลอด แก้วน้ำ ถุงพลาสติก โดยให้พนักงานพกพาของใช้ส่วนตัวมาทดแทน 
     
Awareness1.jpg
Awareness2.png

BAM ชนะการประกวด รางวัล Thailand Energy Awards 2025 ประเภทอาคารควบคุมดีเด่น

รางวัล Thailand Energy Awards จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เพื่อเชิดชูเกียรติองค์กรที่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การอนุรักษ์พลังงาน และมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน โดย BAM มีผลงานและมาตรการโดดเด่น ดังนี้ 

  • ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยผลงานรางวัลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ตั้งแต่ ปี 2557 – 2568 (ปัจจุบัน) และ BAM เป็นองค์กรที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์การดำเนินงานที่ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และดำเนินกิจกรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับการรับรอง Green office ระดับดีเยี่ยม (G ทอง)
  • ผลการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2563 - 2567 ดัชนีประสิทธิภาพพลังงานรวม (SEC) ลดลงต่อเนื่องเฉลี่ย 22.43% สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะสมได้ถึง 2,949,000 kWh (เทียบกับ ปีฐาน 2562) คิดเป็นเงิน 11,598,570 บาท
  • BAM รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รับการรับรอง Carbon footprint for organization (CFO) ปี 2564 – 2567
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) เปลี่ยนเครื่องทำความเย็น (Chiller) ประสิทธิภาพสูง เป็นชนิด Magnetic Bearing ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 331,436 kWh/ปี
  • การเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) ติดตั้ง Solar cell สำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาค กำลังการผลิตรวม 456.22 kWp ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 666,081 kWh/ปี
  • การปรับเปลี่ยนวิธีใช้เชื้อเพลิงและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV และไฮบริดเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  
     
ชนะการประกวด Energy award 2025 อาคารดีเด่น.png
ชนะการประกวด Energy award 2025.png

BAM คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ASEAN Energy Awards 2025

        บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ชนะการประกวด รางวัล Thailand Energy Awards 2025 ประเภทอาคารควบคุมดีเด่น และเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดรางวัล ASEAN Energy Awards  2025 โดย BAM คว้ารางวัลด้านพลังงานระดับอาเซียน ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการบริหารจัดการอาคารดีเด่นในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม (ASEAN Best Practices Awards for Energy Management in Buildings and Industries) ประเภทอาคารขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small and Medium Building Category) จากเวที ASEAN Energy Awards 2025
        พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นภายในงาน ASEAN Energy Business Forum ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดโดย ศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Centre for Energy: ACE) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Convention Centre: KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี นายไพโรจน์ บุญยิ่ง ผู้จัดการกลุ่มอาคารและสถานที่ เป็นผู้แทนบริษัทขึ้นรับรางวัล ในการนี้ได้รับเกียรติจาก ดาโต๊ะ ซรี ฮาจี ฟาดิลละห์ บิน ฮาจี ยูซอฟ (Dato’ Sri Haji Fadillah bin Haji Yusof) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและปฏิรูปน้ำของมาเลเซีย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศไทย และรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมเป็นเกียรติในงาน
 

Asean Energy 2025 รางวัล 1.png
Asean Energy 2025 รางวัล 2.png
Asean Energy 2025 รางวัล 3.png

        BAM ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นต้นแบบด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศชาติ การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการบริหารจัดการพลังงานภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การใช้พลังงานทดแทน ขยายการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ในอาคารสำนักงานทั่วประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของประเทศอย่างยั่งยืน

Asean Energy 2025 รางวัล 4.png

BAM Garden Home Office ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Certified จากสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา

        อาคาร BAM Garden Home Office ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับ Certified ภายใต้ระบบการประเมิน LEED v4 Building Design and Construction: Core and Shell Development จาก สภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council – USGBC) 

GardenHomeOffice.png

        การรับรองในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและพัฒนาอาคารสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อผู้ใช้อาคาร  BAM Garden Home Office ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ขององค์กร ในการ “สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” และเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาอาคารเขียวต่อไป

มิติสิ่งแวดล้อม