

การระบุและวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
กระบวนการกำหนดประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
กระบวนการกำหนดประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ เป็นกลไกในการประเมินหาปัจจัย ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านการศึกษาหลักการ แนวทาง และมาตรฐานด้านการพัฒนาความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งข้อมูลความคาดหวัง และความกังวลจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการกำหนดประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญโดยอ้างอิงกรอบของมาตรฐาน Global Reporting Initiative (GRI) และชุดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องจากมาตรฐาน SASB มาปรับใช้ โดยพิจารณาถึงผลกระทบการดำเนินธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้เสีย ที่ครอบคลุมในมิติเศรษฐกิจ มิติธรรมาภิบาล มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติสิทธิมนุษยชน
ขั้นตอนการกำหนดประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ

การศึกษาบริบทขององค์กร (Understand the organization’s context)
บริษัทฯ ได้นำประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญในปี 2567 มาพิจารณาทบทวนร่วมกับศึกษาข้อมูลสถานภาพปัจจุบัน จากแหล่งข้อมูลทั้งภายในและภายนอก ที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และภาพรวมระดับอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและระดับสากล รวมทั้งข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวัง ข้อกังวล หรือผลกระทบจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญของบริษัทฯ อันนำไปสู่การระบุประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญประจำปี 2568 ที่เกี่ยวเนื่องกับบริบทของบริษัทฯ ทั้งใน มิติเศรษฐกิจ มิติธรรมาภิบาล มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติสิทธิมนุษยชน

การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ (Identify actual and potential impacts)
บริษัทฯ ได้ประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่มผ่านกระบวนการจัดลำดับความสำคัญ โดยมีการระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการตรวจทานธุรกิจอย่างรอบด้าน อันนำมาซึ่งประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ

การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ (Assess the significance of the impacts)
บริษัทฯ มีการนำประเด็นความยั่งยืนที่ผ่านการระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ มาเข้าสู่กระบวนการจัดลำดับความสำคัญในรูปแบบทวิสารัตถภาพ นำมาซึ่งประเด็นความยั่งยืนที่เกี่ยวเนื่องกับบริบทขององค์กร โดยมีหลักเกณฑ์ในการประเมินผลกระทบและทางการเงิน

การจัดลำดับผลกระทบที่นัยสำคัญ (Prioritize the most significant impacts for reporting)
บริษัทได้มีการนำเสนอประเด็นความยั่งยืนต่อคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อพิจารณาและทวนสอบความครบถ้วน เพื่อให้ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญที่ได้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจ ผลกระทบที่องค์กรก่อให้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสอดคล้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม คณะผู้บริหารระดับสูงมีมติกำหนดให้ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญของบริษัทฯ ประจำปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 16 ประเด็น ครอบคลุมทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติธรรมาภิบาล มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้นำเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
ตารางวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ

สรุปประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
มิติเศรษฐกิจ และธรรมาภิบาล
มิติสิ่งแวดล้อม
มิติสังคม
มิติสิทธิมนุษยชน
มิติเศรษฐกิจ และธรรมาภิบาล
มิติสังคม
มิติสิ่งแวดล้อม
มิติสิทธิมนุษยชน
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ (Materiality) ประจำปี 2568 ได้มาจากกระบวนการระบุประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญตามหลักการรายงานแบบ Impact Materiality โดยรายงานฉบับนี้นับเป็นฉบับที่สี่ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ในรอบปีรายงาน 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำประเด็นที่มีนัยสำคัญในระดับสูงมาใช้เป็นแนวทางหลักในการกำหนด และพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจจะเกิดขึ้น ผลกระทบเชิงบวก และเชิงลบ ที่ครอบคลุมทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติธรรมาภิบาล มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติสิทธิมนุษยชน ทั้งต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
มิติเศรษฐกิจ และธรรมาภิบาล
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และให้ความรู้ทางการเงิน
ธุรกิจ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และการให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้า โดยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงจัดให้มีช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เหมาะสม และเพียงพอสำหรับการตัดสินใจของลูกค้า ให้สอดคล้องกับความต้องการและสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคล
ผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ ส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และการให้ความรู้ทางการเงิน อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการและกระบวนการฟื้นฟูหนี้ได้อย่างสะดวกและทั่วถึง พร้อมทั้งยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้แก่ลูกค้า อันจะช่วยลดปัญหาหนี้สินเรื้อรังและส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างยั่งยืน
มิติสิ่งแวดล้อม
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
ธุรกิจ
บริษัทฯ มีแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินและการดำเนินงานให้คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การลดของเสีย และการสร้างมูลค่าใหม่จากทรัพย์สินเดิม ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่ยังส่งเสริมความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ผู้มีส่วนได้เสีย
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียของ BAM ทุกกลุ่มได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสร้างคุณค่าร่วมและส่งเสริมความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
มิติสังคม
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
การวางแผนสร้างบุคลากรทดแทน และการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ รวมถึงการอบรมและให้ความรู้
ธุรกิจ
การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ จักทำให้บุคลากรสามารถดำเนินการตามหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการพัฒนาให้บุคลากรมีศักยภาพที่สูงขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรเติบโตและขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจ บริษัทฯ จึงตระหนักและให้ความสำคัญในการปรับปรุง และพัฒนากระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
ผู้มีส่วนได้เสีย
ในกรณีที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ดี จะทำให้บุคลากรมีความศักยภาพ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร อีกทั้งบริษัทฯ ยังส่งเสริมให้บุคลากรร่วมมือร่วมใจสร้างพฤติกรรมการเป็นผู้ให้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
มิติสิทธิมนุษยชน
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ
การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ธุรกิจ
ในกรณีที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ในการใช้บริการของบริษัทฯ ความได้เปรียบในการแข่งขันและส่งผลให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน หากระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของบริษัทฯ ไม่มีประสิทธิภาพ อาจนำความเสี่ยงมาสู่ธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลดำเนินงานของบริษัทฯ ในท้ายที่สุด รวมถึงเกิดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ กระทบกับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้มีส่วนได้เสีย
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงเป็นความเสี่ยงที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญโดยเฉพาะการทำธุรกิจในปัจจุบันที่มีการเชื่อมต่อกับบุคคลภายนอกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ หากระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของบริษัทฯ ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ความไม่ปลอดภัยของข้อมูล การจู่โจม และโจรกรรมข้อมูลทางไซเบอร์